วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อุดมศึกษา ถึงเวลาเปลี่ยน - คอลัมน์เลาะเลียบคลองผดุง


           สังคมไทยเวลานี้กำลังเกิดวิกฤตลุกเป็นไฟ เพราะเดินทางผิดมานานทั้งในด้านสังคมและการศึกษา ในฐานะที่เป็นอุดมศึกษาเปรียบเสมือนเป็นปัญญาของแผ่นดิน จะนิ่งเฉยปล่อยให้แผ่นดินตกอยู่ภายใต้สภาวการณ์นี้ได้อย่างไร ทางออกของอุดมศึกษาทั้งหลายควรต้องเข้าร่วมปฏิรูปประเทศด้วยการปฏิรูปตัวเอง เช่นกัน
           ช่วงหนึ่งในการเริ่มต้นของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "มหาวิทยาลัยกับความยั่งยืนของสังคมเพื่อปฏิรูปประเทศไทย" ในงานประชุมวิชาการประจำปี ภายใต้โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา ครั้งที่ 2 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เจ้าภาพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
           ใช้เวลาไม่นานแต่ทุกประโยคและถ้อยความสะท้อนสภาพความจริงที่ถูกเรียกร้องมานาน แต่ไม่เคยได้รับการสนองตอบ แถมถูกปล่อยละเลยจนมองเห็นเรื่องปกติต่อเนื่องมายาวนานต่อการสร้างปัญญาให้ แผ่นดิน
           วิธีการสร้างปัญญาให้แผ่นดินต้องเปลี่ยน ต้องลงไปคลุกกับ ชุมชนท้องถิ่นเพื่อใช้โจทย์จากท้องถิ่นในการวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ แม้จะรู้ว่าปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ได้ชั่วข้ามคืนหรือการเลือกตั้งก็ตาม ทุกสาขาวิชาควรเรียนทฤษฎีเพียง 50% และอีก 50% เป็นการเรียนด้วยการปฏิบัติจริงในชุมชนต่างๆ ซึ่งการฝึกปฏิบัตินี้หมายถึง การเรียนจากการทำงานจริง หรือ ออเทนติก เลิร์นนิ่ง (Authentic Learning) โดยเน้นการเรียนรู้จากชุมชนสร้างเป็นองค์ความรู้ หรือการวิจัยแบบบูรณาการอยู่กับการเรียนที่เปลี่ยนไปสู่มิติใหม่
           การปฏิรูปประเทศต้องลามไปสู่การปฏิรูปมหาวิทยาลัย ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันเชื่อว่าจะสามารถยกระดับองค์ความรู้จากเดิมได้เป็นสิบ เท่าร้อยเท่า เพียงแต่ไม่ยอมเลือกที่จะทำ
           หากมหาวิทยาลัยยังเน้นการสอนแต่ทฤษฎี สร้างคนให้เป็น ผู้ตามไม่สมศักยภาพความเป็นมนุษย์ หลงเรียนทฤษฎี เน้นถ่ายทอดความรู้ ไม่เรียนในชีวิตจริงทำแบบเดิมๆ จะทำให้เรียนแล้ว รู้เพียงผิวเผิน ตื้นเขิน ไม่รู้จริง
           ต่อไปนี้จะต้องเรียนจากการทำงานจริง เรียนจากการสร้างความรู้ ซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เชื่อว่าสามารถฝึกแล้วทำได้ การทำงานที่ว่านี้ไม่ใช่ทำฟรี แต่ทำเพื่อให้เกิดปัญญา นักศึกษาจะเรียนทฤษฎีจากการทำงานจริงแล้วเอามาสะท้อนผล เท่ากับนำทฤษฎีทางวิชาการไปจับต้องและเรียนรู้ว่าได้ผลลัพธ์อย่างไร
           ทิ้งท้ายก่อนจบที่ว่า ชาวอุดมศึกษาจะนิ่งเฉยโดยไม่คิดหาต้นเหตุรากเหง้าของวิกฤตประเทศไทย หรือจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา หรือจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นมลพิษ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 27 มกราคม 2557

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น